วันอาทิตย์ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2553

ห้องเก็บของ......

คิดถึงจังเลยยยย ไม่ได้มาอัพนานมากกกก

วันนี้นับว่าเป็นฤกษ์งามยามดีที่จะได้มานั่งพิมพ์เรื่องราวของตัวเองอีกแล้ว
หลังจากที่เปิดเทอมมาได้เจ็ดวัน ช่างเป็นจ็ดวันแรกที่น่าตื่นเต้นจริงๆ
กับการเตรียมตัวรับมือกับ"อะไร"ใหม่ๆ

ความจริงแล้ว ก็นั่งปรับตัว ปรับใจตั้งแต่ก่อนเปิดเทอมแล้วล่ะ
ทั้งเรื่องการเรียนและสิ่งแวดล้อมหลายๆอย่าง
(ดูเหมือนเพิ่งเป็นเฟรชชี่แฮะ)

แต่ก็อย่างว่าแหละนะ คนเรามันก็ต้องปรับอยู่ตลอดเวลา
ถ้ามัวแต่ทำตัวยึดอยู่กับอะไรเดิมๆในสถานการณ์ที่ไม่ได้เดิมๆด้วย
ก็คงไม่น่าจะเข้าท่าสักเท่าไหร่

เมื่อคืนนี้ นั่งอ่านหนังสือของนิ้วกลม"อาจารย์ในร้านคุกกี้"
ที่"เขา"ซื้อให้ เมื่อก่อนเปิดเทอม
(ก็เพิ่งมารู้ทีหลังเหมือนกัน ว่าเขาก็ชอบนิ้วกลมเหมือนกัน)

นั่งอ่านมาหลายวัน ค่อยๆอ่านไปอย่างไม่รีบร้อน
จึงไม่จบสักที แต่ก็ดีเหมือนกัน
เพราะไม่เห็นจำเป็นจะต้องไปรีบเร่งอ่านอะไรมากมาย
อ่านเมื่ออยากอ่าน ไม่อยากอ่านก็ไม่ยังไม่ต้องเปิด

และเมื่อคืนนี้ นั่งอ่านต่อจนถึงตีสามเป๊ะ
ชอบใจตรงบทนี้มาก "สิ่งมีค่าต้องรักษาให้ดี สิ่งไม่ดีควรโยนทิ้งไป"
โดยนิ้วกลมได้"อาจารย์ห้องเก็บของ"เป็นแรงบันดาลใจ

โดยกล่าวได้โดยสรุปว่า
"บ้าน" ก็เปรียบเสมือนก้อนสมองของมนุษย์ดีๆนี่เอง
ที่เอาไว้เก็บข้อมูลต่างๆมากมายไว้ แล้วทำการประมวลอีกที
ซึ่งแน่นอนที่ข้อมูลเหล่านั้นมีทั้งเรื่องดีและไม่ดี

ก็เหมือนกับสิ่งของในบ้าน มีทั้งของที่ใช้ได้กับใช้ไม่ได้แล้ว
หรือใช้ได้ แต่ไม่ค่อยมีความจำเป็นจะต้องใช้
หากเราไม่จัดเก็บให้"เข้าที่เข้าทาง"
มันก็จะรกรุงรัง สร้างความขัดหูขัดตาให้เราเอง
และอาจจะทำให้สับสนว่าของสิ่งไหนอยู่ตรงไหน

จึงจำเป็นที่จะต้องสร้างห้องเก็บของเล็กๆไว้มุมหนึ่ง
เพื่อเป็นที่สำหรับ"เก็บ"ของที่พอจะใช้ประโยชน์ต่อไปได้
และของที่ใช้ได้แต่ไม่ค่อยได้ใช้

ส่วนของที่ใช้ไม่ไ้ด้
เราก็ไม่จำเป็นจะต้องเก็บวันมันไว้ให้รกห้องเก็บของอีกทีหนึ่ง
เราควรที่จะทิ้งมันออกไปจากบริเวณบ้านเสียด้วยซ้ำ
เพื่อที่เราจะสามารถเห็นของที่มีอยู่ได้อย่างชัดเจนขึ้น
และจะได้ให้ความสำคัญกับสิ่งเหล่านั้นมากขึ้น

"เราไม่ได้จัดห้องเพื่อเคลียร์พื้นที่ให้กับของชิ้นใหม่
เท่ากับจััดเพื่อให้พอใจและเห็นคุณค่าของของเก่าที่เรามีอยู่"

ซึ่งเมื่ออ่านแล้ว ก็นึกถึงคอมพิวเตอร์
ที่จะมี"ถังขยะ"
สำหรับเก็บข้อมูลที่เราไม่ต้องการให้มันเสนอหน้าลัลล้าอยู่ในที่เก็บของเรา
แต่ยามใดที่เราต้องการมันกลับมา เราก็สามารถ"กู้คืน"กลับมาได้
แต่ถ้า"ถังขยะ"มันมี"ขยะ"จนล้นถัง
โดยที่"ขยะ"เหล่านั้น ไม่มีประโยชน์ที่เราคิดจะเอากลับมาใช้อีก
เท่ากับว่า มันเป็น"ขยะ"ที่ไม่ควรค่าเก็บไว้แม้ใน"ถังขยะ"ของเรา

ถ้าเราไม่ทิ้งขยะในถังขยะออกไปบ้าง มันก็สามารถส่งผลกระทบ
ต่อพื้นที่ในการจัดเก็บข้อมูลในคอมพิวเตอร์ได้เช่นกัน

ดังนั้น เมื่อมีเวลาว่าง ก็น่าจะหันมาเปิดดู"ถังขยะ"ของเราบ้าง
จะได้มานั่งทบทวนไปในตัวด้วย
ว่า"ขยะ"ชิ้นไหน สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้อีก
และ"ขยะ"ชิ้นไหน ที่ไม่ควรจะเก็บมันไว้อีกต่อไป
และทำการ"ลบหรือทิ้ง"มันไปในแบบที่ไม่สามารถเอากลับมาให้รกสมอง

"สิ่งที่ผ่านเข้ามาในชีวิตมีมากมาย แต่สิ่งที่ควรค่าแก่การเก็บไว้
....อาจไม่ได้มากมายขนาดนั้น"







สิ่งไหนทิ้ง หรือสิ่งไหนเก็บไว้ เจ้าของห้องตัดสินใจเอง




ปล.ขอบคุณนิ้วกลม สำหรับบทความดีๆที่ทำให้ผู้หญิงหน้ากลมคนนี้
คิดได้ และพร้อมจะลงมือทำมันให้ได้ตั้งแต่วันนี้และต่อๆไป

1 ความคิดเห็น:

  1. ชอบ
    "เราไม่ได้จัดห้องเพื่อเคลียร์พื้นที่ให้กับของชิ้นใหม่
    เท่ากับจััด เพื่อให้พอใจและเห็นคุณค่าของของเก่าที่เรามีอยู่"

    ขยะของคนนึง อาจไม่ใช่สำหรับอีกคนนึง
    ของไร้ค่าในปัจจุบัน แต่กลับเป็นของที่เราต้องการในอนาคต
    คิด และ ถาม ก่อนทิ้ง

    ตอบลบ