วันศุกร์ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2553

Home

คงเป็นสัปดาห์แรกในรอบเปิดเทอมสองสัปดาห์ที่ได้กลับมาบ้าน
รู้สึกอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก....คิดถึงบ้านมากจริงๆ
มันอาจจะดูไม่ใหญ่ ไม่โต ไม่สวย ไม่สบายเหมือนบ้านหลังอื่นๆ

แต่"บ้านหลังนี้"ก็สร้างความสุขให้"ผู้หญิงหน้ากลมๆ"คนนี้มากมาย
เป็นที่พำนักพักพิง เป็นที่ที่ทำให้เรารู้สึกปลอดภัย
เป็นที่ที่รวมตัวบุคคลที่สำคัญในชีวิตเข้ากันไว้
เป็นที่ที่พ่อกับแม่สร้างขึ้นด้วยหยาดเหงื่อแรงกายและแรงใจขึ้นมา
(ไม่ได้หมายถึงแบกปูนอะไรทำนองนั้นนะคะ)



มีอยู่ช่วงหนึ่ง.......

ที่ฉันเคยรู้สึกอยากออกจากบ้านนี้ไปให้พ้นๆซะ
เพียงแค่เพราะรู้สึกว่า มันทำให้ฉันอายเพื่อนๆ
มันทำให้ฉันรู้สึกว่า ไม่เหมือนบ้านคนอื่นที่กว้างขวางใหญ่โต
มันทำให้ฉันไม่พอใจ อยากได้บ้านหลังใหม่ที่ใหญ่และสวยกว่านี้
และไม่อยากให้ใครมาบ้าน เพราะไม่อยากให้คนอื่นมาดูถูก


แต่.......วันนี้ ไม่ใช่แล้ว
ฉันไม่รู้สึกอาย
ไม่อยากได้บ้านหลังใหม่
ไม่อยากได้อะไรทั้งนั้น
แต่กลับรู้สึก"ภูมิใจ"และ"ดีใจ"ที่มีบ้านหลังนี้อยู่

เราสามารถอยู่และเติบโตจากที่นี่มาได้เกือบ20ปี
โดยไม่ได้เดือดร้อนอะไร
แล้วจะมัวมานั่งอายทำไมเอาตอนนี้

นั่นเป็นเพราะเราใส่ใจคนอื่นมากเกินไป

สิ่งที่ควรใส่ใจและสนใจกว่าเรื่องขนาดและความสวยงามของบ้าน
นั่นก็คือ"คนในบ้าน"
หากบ้านหลังใหญ่ขนาดไหน แต่คนในบ้านไม่รักกัน
ไม่ผูกพันกัน ไม่มีเวลาให้กัน
จะมีประโยชน์อะไร.......

เพราะขึ้นชื่อว่า"บ้าน"ก็หมายถึง"การพักผ่อน"และ"ความสุข"

สุขกับการที่ได้อยู่ร่วมกันในบ้าน
อาจจะไม่พร้อมหน้าพร้อมตาสมบูรณ์แบบตามแบบฉบับของครอบครัว
แต่เราก็ไม่เคยละทิ้งความห่วงใยซึ่งกันและกัน
เท่านี้ก็นับว่า"โชคดี"แค่ไหนแล้ว

มันกลับยิ่งทำให้ภาคภูมิใจเสียด้วยซ้ำ
ที่ไม่ได้เกิดมาสุขสบาย คาบช้อนเงินช้อนทองมาเกิด
เพราะมันทำให้เรามุ่งมั่น
ไม่ใช่มุ่งมั่นเพื่อให้ร่ำรวยทัดเทียมใคร
แต่มุ่งมั่นเพื่อความสุขและสบายของคนในครอบครัว
......ที่เรารักที่สุดในชีวิต



กล่าวถึงครอบครัว...ก็จะมี คนในครอบครัว
ซึ่งจะประกอบไปด้วยพ่อ แม่ พี่ น้องหรือมากไปกว่านั้น
ครอบครัวของฉัน ก็มีพ่อ แม่ พี่สาวสองคนและฉัน
เพียงแค่แม่ไม่ได้อยู่ด้วยกันเท่านั้น
แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าไม่มีแม่อยู่ในครอบครัว
เรายังมีกันและกันเสมอ
รู้ความเป็นไปของกันและกันเสมอ

แต่ที่สำคัญที่สุดที่อยากจะถามก็คือ...
คุณรู้จักคนในครอบครัวของคุณมากน้อยแค่ไหน???

เหตุที่ตั้งคำถามแบบนี้ขึ้นมา
ก็เพราะได้ดูรายการทีวีรายการหนึ่ง
ที่เป็นการตอบคำถามว่ารู้จักคนที่ใกล้ชิดมากน้อยแค่ไหน
ชอบหรือไม่ชอบอะไร

จึงย้อนกลับมาถามพี่สาวที่นั่งข้างๆว่า
"นี่เราอยู่ด้วยกันมาเกือบ20ปีแล้วนะเนี่ย รู้บ้างไหมว่าใครชอบไม่ชอบอะไร"
คำตอบของพี่สาวก็คือ"........."แล้วส่ายหัวเบาๆ

อาจจะจริงอยู่....
ที่เราไม่สามารถบอกได้เป็นอย่างๆอย่างชัดเจนว่าพี่น้องหรือพ่อแม่ชอบอะไร
เพราะถ้าเห็นมันอาจรับรู้ได้โดยสัญชาติญาณและความเคยชิน

ลองคิดดูว่า......
ที่ผ่านมาตั้งแต่เล็กจนโต เราอาจอยู่บ้านเดียวกัน
สายเลือดเดียวกัน กินด้วยกัน นอนด้วยกัน แย่งขนมแย่งของเล่นกัน
แต่ทำไมเราไม่สามารถรู้จักกันและกัน มีแค่เพียงความเข้าใจ

ซึ่่งความใส่ใจของเรานั้น
กลับมีมอบให้แก่ใครก็ไม่รู้ที่เพิ่งมาพบเจอเพียงเวลาไม่นาน
เรากลับใส่ใจเค้า สนใจเค้ามากกว่าคนที่อยู่กด้วยกันมาตลอดชีวิตเสียอีก
เราอยากรู้ว่าเค้าชอบไม่ชอบอะไร อยากทำให้เค้าพอใจ
ในขณะที่เรามองเห็นคนในบ้านเป็นเรื่องปกติ ไม่มีเพิ่มเติมน่าตื่นเต้นอะไร

และทำให้รู้เหตุผลที่ทำให้เราต้องการความรักความ ความห่วงใย
ความเข้าใจ ความเอาใจใส่ของคนรักมากมายนั้น
ว่ามันเกิดจาก อยากมีคนที่จะอยู่กับเราไปอีกนานต่อจากนี้
โดยรับรู้และเข้าใจกันและกันอย่างลึกซึ้งจริงๆ
ที่ไม่ใช่เพียงแค่อยู่ด้วยกันไปวันๆเหมือนคนในครอบครัวที่ทำต่อกัน
สิ่งนี้เป็นเหตุทำให้เกิดความพอดีหรือไม่พอดีขึ้น

เพราะครอบครัวของแต่ละคน...ไม่เหมือนกัน




จากคำตอบของพี่และคำตอบของตัวเองที่ไม่ต่างกันเท่าไหร่
ก็ทำให้คิดได้ว่า....





เรามองข้ามสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตไปหรือเปล่า??????




2 ความคิดเห็น:

  1. ก้อเหมือนกับขนตาแหละ

    มีความสำคัญ แต่ใกล้ไป จนเรามองผ่าน

    จะใกล้หรือไกล รู้ว่ารักกัน เป็นห่วงกัน ก็พอแล้ว

    ตอบลบ